มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ลักษณะพฤติกรรมและนิสัยของคนไทยหรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะคล้ายกันคือใช้ “การจำ” ผ่านเรื่องเล่าต่อๆกันมา ดังนั้นการพูดคุย พบปะ แลกเปลี่ยนในชุมชน ตลาด งานบุญ ร้านเหล้า ร้านกาแฟ ตลอดจนการซุบซิบนินทาน่าจะเป็นวิธีการถ่ายทอดที่ใช้กันบ่อย ซึ่งแน่นอนเป็นการส่งสารที่ไม่เป็นทางการนัก แต่นักการตลาดก็นำมาใช้อย่างได้ผลที่เรียกว่า Viral Marketing แต่เมื่อผ่านคนมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องราวมักจะบิดเบือนหรือมีการใส่สีตีไข่ไปจากเดิม ในขณะที่ชนชาติตะวันตก มักจะชอบอ่านชอบ “การจด” ไปเจออะไรมาก็จะบันทึก การบันทึกเกิดขึ้นตลอดเวลาเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิต จนกลายเป็นลักษณะเด่น ระหว่างวัฒนธรรมการจำ หรือ Memory กับวัฒนธรรมการจด หรือ Diary ยิ่งนานวันพบยิ่งค้นพบว่า “ข้อมูล” มีค่าและมีความจำเป็น ก็ต่อเมื่อเริ่มรู้สึกลืมเลือนสิ่งที่น่าสนใจในอดีต ยิ่งผ่านมานานวัน ยิ่งจำอะไรได้เลือนลางเหลือเกิน นั่นเพราะไม่ได้รับการปลูกฝังให้จด ในขณะที่ฝรั่งต่างชาติมักจะมีสมุดเล่มเล็กๆไว้จดบันทึกเรื่องราวประจำวันตั้งแต่เด็ก แล้วยังเก็บไว้จนโตที่เรียกว่า สมุดไดอารี่
ความจริงแล้วทุกวันนี้ เราไม่ได้แข่งกันที่ความสำเร็จในอดีต หรือความสามารถในปัจจุบันเท่านั้น หากแต่แข่งขันกันว่าด้วยเรื่องของการคาดการณ์อนาคตและการเตรียมการรับมือกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น Robot ไม่ใช่แค่แขนกลหรือระบบอัตโนมัติที่ทำงานตามโปรแกรมล่วงหน้า หากแต่คิดและมีปฎิสัมพันธ์กับสถานการณ์ข้างหน้าได้อย่างชาญฉลาด ข้อมูลความรู้พื้นฐานจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ซึ่งมีคุณค่าเกินกว่าที่เราคิดมากมาย มาจัดระเบียบที่ทำงาน จัดวางระบบข้อมูล และใช้ประโยชน์จากมันกันดีกว่า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น