ข้อมูล” กำลังเป็นสิ่งมีค่ามากกว่า “น้ำมัน”
เพราะเรารู้กันดีว่า น้ำมันเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด
ดังนั้นน้ำมันน่าจะมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ
เพราะในวันที่คนออกจากบ้านน้อยลง เดินทางน้อยลง
กลับกลายเป็นของที่ผลิตได้มากล้น จนเกินกักเก็บได้
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
เป็นเรื่องประหลาดที่สิ่งที่มีค่ามากกว่าน้ำมันนั้น
มีคุณสมบัติตรงข้ามกับน้ำมัน
แต่ถึงแม้มันจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเท่าไร
คุณค่าของมันกลับไม่ได้ลดลงเหมือนทรัพยากรทั่วไป
แถมสิ่งนี้ไม่ได้มีตัวตนจับต้องได้
ล่องลอยไปในอากาศ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใช้ประโยชน์จากมันให้มีประสิทธิภาพที่สุด
Amazon มีมูลค่าบริษัท 30 ล้านล้านบาท
Google มีมูลค่าบริษัท 28 ล้านล้านบาท
Facebook มีมูลค่าบริษัท 16.6 ล้านล้านบาท
นั่นคือ เป็นบริษัทเทคโนโลยี
ไม่ใช่เพียงแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
หรือฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานเท่านั้น
Facebook รู้ว่าเราชอบเสพเรื่องราวประเภทไหน
Amazon รู้ว่าเราอยากซื้อเสื้อผ้าหรือสินค้าแบบไหน
โดยนำข้อมูลการใช้งานของเราไปวิเคราะห์และประมวลผล
ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าถึงตัวตนของเราได้ง่ายขึ้น
ที่เราน่าจะสนใจและตรงกับความต้องการของเรา
รวมถึงทำการตลาดที่เหมาะสมกับตัวตนของเรามากขึ้น
ชัยชนะของดอนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้เหมือนการเลือกตั้งในครั้งก่อนๆ
แต่เป็นชัยชนะโดยใช้ข้อมูลที่วิเคราะห์และประมวลผลอย่างดีแล้วใช้มันในการหาเสียง
ส่วนเราก็อาจจะได้ผู้ช่วยที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของเราได้ดียิ่งขึ้น
เพราะกลายเป็นว่าเราจะไม่หลงเหลือความเป็นส่วนตัวในชีวิตเลย..






